Apparently the brakes would be easier to bleed than SLX or XT because they have some new design to give better oil flow, which would prevent bubbles from collecting in the calliper.
Availability is around June 2009 and the colour scheme is called “galaxy black”…
And the old groupset for comparison...
thank for forums.mtbr.com/showthread.php?t=491301
Shimano Deore 2010
Posted by
thOngOr
Sunday, May 17, 2009
at
1:54 AM
ข้อคิดในการเลือกซื้อจักรยาน
Posted by
thOngOr
Wednesday, April 15, 2009
at
7:26 PM
อยากมีจักรยานสักคัน ต้องทำยังไง
อย่างแรกคือต้องถามใจเราเองก่อนว่า อยากได้เพราะอะไรแล้วจะเอามันไปทำอะไร ซึ่ง
ประเด็นนี้เป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับการตัดสินใจ เพราะจักรยานเสือภูเขาไม่สมควรจะถูกมองว่า
มันเป็นเพียง"ยานพาหนะ" เพราะถ้าคิดว่าจะซื้อมาเป็นแค่ยานพาหนะแล้ว ด้วยสนนราคา
ค่าตัวของมันจัดได้ว่าไม่คุ้มค่าเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าถ้าจะซื้อมาจ่ายกับข้าว หรือซื้อก๋วยเตี๋ยว
ปากซอย หากจะไหว้วานเอาจากจักรยานเฟสสันราคา 2 - 3 พันบาทก็คงจะเกินพอแล้ว ทั้งนี้
ทั้งนั้นด้วยราคาค่าตัวหลักหมื่นแล้ว เสือภูเขาควรจะถูกมองว่าเป็น"เครื่องออกกำลังกาย" หรือ
"เครื่องกีฬา" จะเหมาะสมกว่า
| |
|
การที่ต้องจัดกลุ่มของเสือภูเขาเป็น 2 ระดับนั้น ก็เพราะประสิทธิภาพของมันแตกต่าง
กันพอสมควร คุณจะต้องคิดเองว่าจะซื้อมันมาทำอะไร ถ้าคิดว่าจะเอามันมาเป็นแค่เครื่องมือ
ออกกำลังกาย สำหรับวงเงินไม่เกิน15,000บาท ก็คงเพียงพอแล้วสำหรับวัตถุประสงค์ของคุณ
จักรยานในวงเงินระดับนี้จะให้อุปกรณ์ในระดับพื้นฐาน อาทิเช่น เกียร์จะเป็น 21-24 เกียร์
อาจจะไม่มีระบบรองรับการสั่นสะเทือน (shock absorber หรือ suspension) ซึ่งบ้านเรา
นิยมเรียกกันผิดๆติดปากว่า"โช้คอัพ" โดยจะให้ตะเกียบแข็งมา ในรุ่นที่สูงขึ้นมาอีกนิดก็อาจ
จะให้เฉพาะด้านหน้า ( front suspension bike ) ซึ่งจะเป็นชอครุ่นล่างๆ เมื่อนำจักรยาน
ทั้งคันมาชั่งน้ำหนักรวม ก็อาจจะป้วนเปี้ยนแถวๆ13-14 กก.หรืออาจจะมากกว่านั้นเสียด้วย
ซ้ำ แต่ก็เพียงพอสำหรับการจะนำมาใช้ออกกำลังกายตามวัตถุประสงค์ได้เป็นอย่างดี คราวนี้
เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับเสือภูเขาที่ผมจัดให้อยู่ในระดับเครื่องกีฬาแล้ว คุณก็จะพบว่า มันมี
ความแตกต่างกันโดยรวมค่อนข้างมากหรือถึงขั้นที่เรียกว่าแตกต่างกันมาก นับตั้งแต่น้ำหนัก
ที่เบากว่า จุดหมุนที่ลื่นกว่า ระบบเกียร์ที่ปรับเปลี่ยนได้ราบรื่นกว่า และอะไรอีกหลายอย่างที่
ดีกว่า และแน่นอนสนนราคาย่อมจะสูงกว่า แล้วยังแบ่งระดับได้อีกหลายระดับ ในราคาตั้งแต่
2หมื่นกว่าไปยันหลักแสน ระบบกันสะเทือนด้านหน้าที่ดีขึ้นหรืออาจจะเพิ่มเป็นทั้งหน้าและ
หลัง ( full suspension bike ) หากเปรียบเทียบกับชุดไม้กอล์ฟก็คงจะเข้าใจได้ไม่ยาก ไม้
กอล์ฟเองยังขี่ไม่ได้ด้วยซ้ำไป
หลังจากที่พบความแตกต่างระหว่างเครื่องออกกำลังกาย กับ เครื่องกีฬา อาจจะโดยการ
ศึกษาจากสื่อ หรือ ได้ลองรถของเพื่อนที่ใช้จักรยานรุ่นสูงกว่า ทำให้หลายคนทีเดียวที่ต้องเสีย
เงินเพิ่มขึ้นสำหรับจักรยานคันใหม่ หรือ อุปกรณ์ส่วนควบชิ้นใหม่ที่มีประสิทธิภาพดีกว่าเดิม
( แน่นอน! ราคาต้องสูงขึ้นแน่ ) เนื่องจากได้ถลำใจและกายเข้ามาเล่นกับกีฬาประเภทนี้อย่าง
ถอนตัวไม่ขึ้นแล้ว อาจจะเสียเงินเปลี่ยนหรือupgradeอุปกรณ์ต่างๆไปเรื่อย จนอุปกรณ์ที่ติด
มากับรถคันแรกได้ถูกเปลี่ยนไปหมด คงเหลือแต่เฟรมเดิมเท่านั้น พอมาถึงตอนนี้ถ้าสามารถ
ย้อนเวลากลับหลังไปได้ หลายต่อหลายคนรวมทั้งผมเองก็คงจะยอมเสียเงินซื้อจักรยานดีๆไป
เสียแต่แรกซะเลย จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียเงิน เสียเวลาซ้ำๆซากๆในการมาเปลี่ยนรถใหม่ หรือ
อุปกรณ์ติดรถใหม่ในภายหลัง แต่เมื่อมาลองคิดดูอีกที ก็จะพบว่า น้อยคนนักที่จะกล้าทุ่มเงิน
มากๆขนาดนั้นกับอุปกรณ์กีฬา ที่มี "2ล้อ" คล้ายๆหรือใกล้เคียงกับ "ยานพาหนะจ่ายตลาด"
โดยที่ไม่เคยได้ลองสัมผัสมันกับตัวเองเสียก่อน บางคนก็มักจะบอกว่า เผื่อไม่ชอบ หรือเบื่อมัน
จะได้ไม่ต้องเสียเงินไปปล่าวๆ ( ทั้งๆที่มีความสามารถจะจ่ายเงินมากๆขนาดนั้นได้โดยไม่
สะเทือนขนหน้าแข้งด้วยซ้ำไป , ทีเสียเงินไปกับสิ่งที่ไร้ประโยชน์กลับทำได้โดยไม่รู้สึกรู้สา )
แล้วแบบนี้จะเข้าข่าย"เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย"หรือเปล่าหนอ?
ในกลุ่มที่ขี่จักรยานด้วยกันมา หลายต่อหลายคนทีเดียว(รวมทั้งผมด้วย) ที่เริ่มต้นด้วย
รถระดับล่างๆ แล้วต่อมาก็ต้องมาเสียเงินเปลี่ยนเป็นรถระดับสูงขึ้น อุปกรณ์ดีขึ้น ซึ่งไม่ควรจะ
ไปคิดว่านั่นเป็นการอวดร่ำอวดรวยเที่ยวไปซื้อรถแพงๆมาประกวดประขันกัน เพราะแทบทุก
คนที่ผมรู้จักล้วนแต่ซื้อเอามาเพื่อขี่ทั้งสิ้น(อาจจะมีคนบางคนบางประเภทที่ซื้อมาเก็บโชว์บ้าง
ก็เป็นเรื่องธรรมดาของคนประเภทนั้น) ดูอย่างพวกเสี่ยหรือเถ้าแก่แถวจังหวัดที่ผมทำงานอยู่สิ
ครับ ผมเองก็เคยคิดว่าพวกนี้คงจะซื้อเอามาอวดกันว่าของใครแพงกว่ากันแต่ในความเป็นจริง
ก็พบว่าเสี่ยและเถ้าแก่เหล่านี้ ยังเอามันมาปั่นออกกำลังกาย แล้วบางคนซื้อมาเพียง 2 เดือนยัง
ปั่นได้ระยะทางรวมกว่า 2,000 กม ซึ่งยังมากกว่าระยะทางในปีแรกของผมเสียอีก
เราจึงไม่ควรจะคิดว่า คนส่วนใหญ่เขาจะซื้อมาเก็บ หรือเอามาอวดกัน เพราะจริงๆแล้ว
นั่นเป็นคนส่วนน้อยเท่านั้น เชื่อผมเถอะครับว่าถ้าได้เข้ามาสัมผัสกับมันแล้วน้อยคนนักที่จะ
เลิกมันไปเสียกลางคัน ขนาดบางคนล้มแขนหักไหปลาร้าหัก พอหมอบอกว่าเอาเฝือกออกแล้ว
ปั่นได้ ยังกลับมาปั่นใหม่เลย ไม่เข็ดหรอกครับ ผมเองก็เคยเจ็บหนักๆ พอผ่าเอาเหล็กออกผม
ก็ยังกลับมาซ่าส์อีกแถมหนักกว่าเก่าด้วย มันคงเป็นเรื่องเกี่ยวกับการหลงไหลได้ปลื้มในเสน่ห์
ของมันแน่นอน โดยเฉพาะเมื่อได้มาร่วมปั่นกับกลุ่มคนที่มีรสนิยมเหมือนๆกันเกิดเป็นกลุ่ม
เป็นก้อนเป็นหมู่ชนที่รักจักรยานเหมือนกัน ยิ่งจะทำให้เกิดแรงจูงใจให้อยากปั่นมันมากขึ้น
ลองเข้ามาสัมผัสกับมันสิครับ แล้วคุณจะเข้าใจ
คราวนี้ก็คงถึงบทของคุณแล้วหละครับ ที่จะต้องตัดสินใจเองว่าจะเลือกซื้อจักรยานแบบ
ใด ซึ่งผมคงจะช่วยแนะนำให้ได้บ้างดังนี้
อยู่ พูดง่ายๆว่า เลือกซื้อตามอัตตภาพของคุณ อย่าซื้อจักรยานที่ต่ำเกินกว่าอัตตภาพที่
คุณสามารถจ่ายได้ ( เพราะนั่นหมายถึงว่าคุณมีแนวโน้มจะต้องจ่ายเงินก้อนใหญ่กว่า
เก่าเพื่อซื้อจักรยานที่แพงขึ้นไปอีกในภายหลัง , ไม่เชื่อก็ลองดูสิครับ )
ขายจักรยานมีหลายประเภท บางรายอาจจะเป็นพ่อค้าเต็มรูปแบบ ตั้งหน้าจะขายอย่าง
เดียว เชียร์สินค้าของตัวเองอย่างออกหน้าออกตาหรือพยายามยัดเยียดรถที่มีอยู่ในร้าน
ให้คุณซื้อให้จงได้ ถ้าไปเจอกับร้านค้าประเภทนี้ แนะนำให้ว่า
ร้านงามๆ และถอยหลังออกมาโดยไม่ต้องพูดอะไรให้มากความ"
ลักษณะของร้านค้าที่จะแนะนำให้ซื้อจักรยานนั้น มีลักษณะดังต่อไปนี้
- ยินดีรับฟังจุดประสงค์ของเรา
- สามารถให้คำแนะนำเกี่ยวกับจักรยานและอุปกรณ์ต่างๆได้ด้วยความเต็มใจ ทั้ง
วิธีการใช้งานรวมไปถึงปัญหาต่างๆ - ให้เราได้มีโอกาสลองรถทุกๆคันที่เราปรารถนาจะซื้อได้ และร้านที่ดีจะไม่เชียร์
หรือยัดเยียดให้ลูกค้าซื้อรถของตัวเองอย่างบ้าเลือด แต่พยายามให้ลูกค้าได้รถที่
เหมาะสมกับตัวลูกค้าเอง ทั้งได้ขนาดตามสัดส่วนของตัวผู้ขับขี่ และได้ตามวัตถุ
ประสงค์ ถึงแม้เราจะไม่เสียเงินซื้อในตอนนั้น ก็จะไม่รู้สึกหงุดหงิด (เพราะต้อง
เผื่อใจว่าเงินขนาดนั้น ไม่ใช่ว่าใครจะยอมจ่ายง่ายๆถ้ามันไม่เหมาะสมให้จ่าย) - เป็นร้านค้าที่มีบริการหลังขายอย่างครบวงจร เพราะเสือภูเขาไม่ใช่จักรยานจ่าย
ตลาด มันยังมีอุปกรณ์อีกหลายชิ้นซึ่งอาจจะไม่สามารถดูแลหรือปรับแต่งมันได้
ด้วยตัวคุณเอง ดังนั้นการที่จะซื้อจักรยานลดราคาตามห้างสรรพสินค้าจึงเป็นสิ่ง
ที่ควรจะหลีกเลี่ยง เพราะถึงจะลดราคาอย่างไรก็ยังไม่ถูกไปกว่าร้านค้าลดให้คุณ
และที่สำคัญคุณจะต้องดิ้นรนไปหาบริการหลังขายเอาเองลำบากดีไหมหละครับ
เกินไป ( ข้อนี้ถือว่าสำคัญเป็นอย่างยิ่ง )
จักรยาน สีที่ชอบ รวมไปถึงวัสดุอุปกรณ์ติดตั้งที่เหมาะสมคุ้มค่าราคา ซึ่งสามารถปรึกษา
ได้จากร้านค้าที่คุณไว้ใจ
กันกระแทกเพราะว่าเป็นอุปกรณ์ความปลอดภัยขั้นพื้นฐานที่จะต้องมี นอกจากนี้ก็ควร
จะซื้อถุงมือจักรยาน กางเกงจักรยาน กระติกน้ำและหูยึด ซึ่งสามารถขอคำแนะนำได้กับ
ร้านค้าที่คุณซื้อรถนั่นแหละ
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : www.bikelovers.com
Subscribe to:
Posts (Atom)